เมื่อจับ Honda CBR500R มาเทียบกับ NINJA 300 ผลจะเป็นอย่างไร
ในฐานะที่เป็นแฟน
รถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไป
ทางเราก็ได้ตั้งหน้าตั้งตารอการเปิดตัวของมอเตอร์ไซค์ของ ฮอนด้า CBR500R
และ CB500F อย่างใจจดใจจ่อเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้พบเจอกับตัวเป็นๆของฮอนด้าทำให้เรานั้นแทบจะน้ำลายสอไปกับมอเตอร์
ไซค์คันน้อยคันนี้เพราะการผสมผสานระหว่างความเป็นรถสปอร์ทและมีความเหนือ
กว่ามอเตอร์ไซค์รุ่นน้องอย่าง CBR250R และกับ Kawasaki Ninja 300
แต่ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่ารถมอเตอร์ไซค์ราคาแพงอย่าง รถ 600cc
supersport และรถสูบคู่ 650cc อย่าง Kawasaki และ Suzuki
มองจากระยะไกลแล้วมอเตอร์ไซค์ในรุ่น CB500
นี้ดูเหมือนจะมีจุดยืนที่เหมาะสมในเรื่องของ ขนาด น้ำหนัก
ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และแน่นอนเรื่องราคาด้วย
โดยมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าในกลุ่ม 500 ราคาสูงสุดก็เป็นรุ่น ABS อย่าง CBR500R
และรุ่นถูกสุดก็เป็นแบบเนคเกตคือ CB500F
ส่วนเหตุผลหลักที่เราหลงไหลไปกับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าคันเล็กเหล่านี้
(เมื่อเทียบกับรถ Superbike)
ก็คงเป็นเพราะการสรรสร้างที่เหมือนจะออกมาอย่างปราณีต
และปฏิเสธได้ยากว่ารูปทรงที่ออกมานั้นหล่อเหลือหลาย
แม้อาจจะไม่ถึงขั้นจะพูดว่าตะลึงซะทีเดียว
ที่ผ่านมาเราเจอมาเยอะแล้วกับมอเตอร์ไซค์ถูกๆที่ขับแล้วดูโหลๆ
ระบบกันสะเทือนที่ก้องแก้ง เบรกก็เหมือนของยกโหล
กำลังรถที่เหมือนคนไร้ลมหายใจ
ชิ้นส่วนตกแต่งก็ประกอบไม่สนิทกระพือลมเสียงดัง
เราเจอมาเยอะแล้วรถมอเตอร์ไซค์แบบนั้นอายุของพวกเราคงจะถือเป็นข้อพิสูจน์
ได้ แต่เมื่อเรามาเจอมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า CBR250R
ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์และรูปลักษณ์ที่เหนือกว่ามาตรฐาน
ความหวังของเราก็กลับมาอีกครั้ง และแน่นอนว่า CBR500R
ก็จะทำให้ความหวังของเรายังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
เปรียบเทียบตัวรถ
ความยากลำบากในการเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์รุ่น 500
นี้อยู่ตรงที่จะหาตัวที่เหมาะสมยาก เราเลยตัดสินใจเลือกเจ้า Kawasaki Ninja
300 ใหม่เนื่องจากเป็นรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงที่สุดแล้ว
ซึ่งแม้มันจะต่างประมาณ $1000 (ราว 30,000) สำหรับรุ่นที่มี ABS ทั้งคู่
เราก็คิดว่าในแง่ของสมรรถนะรถแล้วคงไม่ต่างกันมาก
เพราะเมื่อเรามองมอเตอร์ไซค์รุ่นถัดไปราคาจะกระโดดไปมากเป็น $1800 และไม่มี
ABS ให้เปรียบเทียบ และหลังจากนั้นราคาก็กระโดดไปเลย และสุดท้ายเรารู้ว่า
Kawasaki ออก Ninja 300
เมื่อราคาใกล้เคียงกันก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
เผื่อว่าคุณอาจจะไม่ทราบมาก่อน ก็ขอบอกว่า Kawasaki ออกรุ่น Ninja 300
ในปีนี้ทำให้มอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น 47cc และช่วงชักที่เพิ่มขึ้น 7.8 มม
ทำให้มอเตอร์ไซค์สูบคู่ของคาวาซากิคันนี้ให้กำลังช่วงกลางที่ดีขึ้นพร้อมกับ
ความเร็วปลายที่น่าปลาบปลื้มยิ่งขึ้น ขณะที่ทางทีม Kawasaki
พยายามหาทางยัดทุกอย่างเข้าไปในเฟรมของเจ้า 300 นี้
มันก็ยังทำให้เราประทับใจไปกับความเหมาะเจาะและความเป็นมิตรในตัวมันเอง
เราอาจจะบ่นเล็กน้อยในเรื่องพละกำลังเมื่อเทียบกับเครื่อง 500cc
ของฮอนด้ารวมทั้งเรื่องระบบกันสะเทือน แต่เจ้า Ninja 300
ก็สร้างรอยยิ้มให้กับเราได้นั่นว่าทำไมเราถึงเลือกขับคันนี้
ขณะที่ทาง Kawasaki
เลือกที่จะเพิ่มขุมกำลังให้กับมอไซค์ที่ถือว่าเป็นสปอร์ทสุดซ่าห์อยู่แล้ว
ทางฮอนด้ากลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ต่างกว่า โดยมอเตอร์ไซค์ตระกูล CB500
นั้นถือเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีเสปคเดียวกันทั่วโลก
เดี๋ยวค่อยอธิบายทีหลังว่าทำไมตรงนี้สำคัญนะครับ สำหรับ CBR500R
แล้วถือว่ามีความเป็นสปอร์ทที่สุดแล้วในบรรดาพี่น้องสามใบเถา ส่วน CB500F
นั้นในแง่เครื่องเคราแล้วเหมือนเดิมเพียงแต่ออกมาในแนว Naked
โดยเหลือส่วนที่เป็นแฟริ่งแค่ประมาณ 1 ใน 4 เท่านั้น สำหรับรุ่น CB500X
ที่ถอดแบบมาจาก NC700X นั้นคาดว่าจะวางตลาดในช่วงปลายปี 2013 นี้
เนื่องจากเราต้องการเทียบเจ้าสูบคู่ของ Honda กับ Ninja 300
เราเลยเลือกรุ่น CBR00R มาเทียบ และเพราะเรามีมอไซค์นินจาที่มีเบรก ABS
อยู่แล้วด้วย เราเลยต้องเลือกรุ่นที่มี ABS มาเทียบกันตรงๆ
เป้าหมายของฮอนด้าคือการสร้างตลาดขนาด 500cc
และต้องการเป็นเจ้าตลาดสำหรับมอเตอร์ไซค์ขนาดนี้
เพื่อให้เป็นรถสำหรับผู้เริ่มต้น
ดังนั้นรถจะต้องขับง่ายและขับสนุกตามเอกสารประชาสัมพันธ์ของฮอนด้าในยุโรป
ได้กล่าวเอาไว้
ในขณะที่เครื่องยนต์ของรุ่น CBR
นั้นเป็นเครื่องใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะล้ำหน้าซะทีเดียว
และด้วยความยาวกระบอกสูบและช่วงชักที่แทบจะเท่ากันนั่นหมายถึงให้แรงบิดสูง
และรอบเครื่องการทำงานต่ำ ขนาดลูกสูบของรุ่น 500 นี้ก็จะเหมือนกัลรุ่น
CBR600RR แต่ส่วนอื่นจะต่างกันคือ เครื่องรุ่น 500
จะมีค่าความเร็วรอบสูงสุด (Redline) ที่ 8500 รอบต่อนาที อาจจะไม่ต่ำเท่า
NC700 ที่ต่ำเพียง 6500 แต่ยังไงก็ตำกว่าตัวเลข 13000 ของ Ninja 300
อยู่มาก
เครื่องยนต์รอบต่ำนั้นดีตรงการลดแรงเสียดทานภายในซึ่งเป็นส่ิงที่ทาง Honda
ได้พยายามหาวิธีอื่นในการที่จะให้ได้ข้อดีดังกล่าว โดยมี rocker arm
ที่แขนงออก จะมีกลีบลูกเบี้ยวแต่ละอันสำหรับแต่ละคู่ของวาล์ว
โดยจะมีชิ้นส่วนการหมุนที่ลดแรงเสียดทาน
และลูกสูบก็จะมีการกระทำในลักษณะเดียวกันในการลดแรงเสียดทาน
ผลที่ได้คือจุดเด่นตรงเครื่องยนต์ที่ลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน
พร้อมคุณสมบัติที่ถนอมกำลัง
อีกเป้าของการออกแบบคือการจำกัดเครื่องยนต์ให้ได้ขนาด 35 กิโลวัตต์หรือ 47
แรงม้า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขนาดของรถในบางประเทศ
และหากเป้าหมายเครื่องยนต์อยู่ที่ 47 แรงม้าจากเครื่องขนาด 471c
แล้วละก็ไม่ต้องการรอบสูงหรือเทคโนโลยีชั้นสูงแต่อย่างใด
ความท้าทายจะอยู่ที่การทำให้เครื่องยนต์นั้นลื่นไหลนิ่มนวล เงียบ
มีประสิทธิภาพและสอดคล้องข้อจำกับเรื่องกำลัง
การกำหนดขนาดกำลังเป็นเพียงเรื่องนึงเท่านั้น ตระกูล CB
ใหม่นี้จะต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบเต็มรูปแบบหรือ full size ด้วย สาวกของ
Ninja 250R และ 300 ที่พบว่ารถของพวกเขาเล็กไปน่าจะพอใจหากมาเจอกับฮอนด้า
ความจริงก็มีสัดส่วนใกล้เคียงกับ Kawasaki
แต่ความรู้สึกเหมือนจะใหญ่กว่าอยู่ 15%
ที่เราพูดว่ารู้สึกเพราะความจริงก็ไม่ได้ใหญ่กว่ามาก
ด้วยระยะระหว่างล้อขนาด 55.5 น้ิวนั้นก็แค่น้อยกว่าอยู่เพียง 1/4
นิ้วเท่านั้น ความสูงเบาะก็เท่ากัน
และท่วงท่าในการขับขี่ที่วัดได้จากเบาะถึงแฮนต์เหมือนจะสั้นกว่าสำหรับ
ฮอนด้า โดยของ Kawasaki จะยกแฮนด์สูงขึ้นเล็กน้อย
มีสองปัจจัยที่จะเสริมความรู้สึก อย่างแรกคือ Honda CBR
นั้นจะให้พื้นที่ในการขับขี่มากกว่าคาวาซากิอยู่ 1.3 นิ้ว
แต่ความรู้สึกเหมือนจะมากกว่า ข้อที่สองคือเรื่องน้ำหนักรถ
โดยเมื่อเติมน้ำมันเต็มถึง มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าจะหนักอยู่ที่ 430 ปอนด์
หนักกว่า Ducati Panigale S อยู่ 2 ปอนด์ ส่วน Ninja ก็อยู่ที่ 386 ปอนด์
ผลที่ได้คือ
ฮอนด้าให้ความรู้สึกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่ง่ายแม้คนขับจะน้ำหนักเบา
หรือตัวเตี้ย แต่ Kawasaki นั้นจะเบาและปราดเปรียวกว่า
ทดลองขับ
หลังจากเราได้ลองขับโดยเริ่มต้นสตาร์ทเครื่อง เสียงสูบคู่จาก Kawasaki
จะกระหิึ่มขึ้นเหมือนกับหัวใจที่เต้นอย่างแรงพร้อมที่จะทะยานไปกับกับคุณ
เสมือนเป็นลูกสมุนที่พร้อมทำตามคำสั่งเจ้านาย
แต่สำหรับฮอนด้าแล้วจะให้รู้สึกที่ผ่อนคลายกว่า พร้อมเสียงวี้เบาๆ
ก่อนที่สูบคู่จะฮัมขึ้นมาอย่างนิ่มๆ เมื่อคุณบิดคันเร่ง
ตอนนี้ก็จะเห็นเข็มกระดิกบนหน้าจอ LCD ที่ดูชัดเจนกว่าจอสี่เหลื่ยมเล็กของ
NC700X เป็นไหนๆ แต่ก็ยังละเอียดสู้หน้าปัทว์แบบเข็มของ Ninja ไม่ได้
เมื่อเริ่มขับออกไป
มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้ายัง
ให้ความรู้สึกว่าใหญ่กว่าและดูมีความบึกบึนมากว่า
ให้แรงบิดที่รอบต่ำที่ดีกว่าคาวาซากิ พร้อมกับคลัชที่เบาและลื่นไหลกว่ามาก
นักบิดหน้าใหม่แล้วอาจจะชอบสำหรับการขับขี่ในเมือง เพราะจ้า CBR500
นี้จะให้แรงบิดมากที่จะไล่กวดสี่ล้อได้ทันโดยไม่ต้องใช้ความเร็วรอบที่สูง
เกินไป และยังนิ่มนวลอย่างน่าทึ่งหลังจากบิดไปได้ 4000 รอบต่อนาที่
ซึ่งการสั่นของรถแทบจะหายไปเลย และเมื่อบิดไปจนถึง redline
ก็จะให้ความรู้สึกที่เร้าใจขึ้น
ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง
เราก็พบว่าเจ้าเครื่องนินจานั้นเป็นเครื่องยนต์ที่น่าหลงไหลในอีกรูปแบบ
หนึ่ง เจ้านินจา 300
นั้นให้อัตราเร่งที่น่าพอใจทีเดียวในช่วงความเร็วรอบระหว่าง 6000 ถึง
12,000 รอบต่อนาที เมื่อลดเกียร์ลงรอบสูงขึ้น
มาพร้อมกับแรงบิดที่ยินดีจะลุยในทุกสถานการณ์
หากเจอสภาพแวดล้อมที่เหมาะเจาะแล้วละก็ Ninja
จะพาคุณพบกับความระทึกที่ไม่มีวันจบสิ้น
แม้ว่ามอเตอร์ไซค์ทั้งสองจะมีอุปกรณ์เสริมที่ไม่ค่อยจะไฮเทคนัก
สิ่งที่คุณจะต้องปรับแต่งก็คงเป็นค่า preload ของโชคหลัง
ต่อให้เหยียบเบรกแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ทุกอย่างก็จะทำงานได้สมดั่งปรารถนา
แชซซีของฮอนด้านั้นเหมือนจะเหมาะสำหรับการขับแบบนิ่มนวล
เลี้ยวไปเลี้ยวมาได้ง่าย จนเมื่อมาขับ Ninja
จึงจะพบว่าเหมือนจะเหมาะมือกว่า
เอียงตัวรถได้เร็วกว่าด้วยหน้ายางที่แคบกว่า
ชอบที่จะอยู่ในภาวะการขับฉวัดเฉวียนมากกว่าที่จะขับแบบนิ่งๆ
ซึ่งไม่รู้เพราะเหตุผลกลใดที่ฮอนด้าเลือกยากแบบล้อหน้า 120/70ZR-17 ล้อหลัง
160/60ZR-17
เลยน่าสงสัยว่าจะเป็นตัวทำให้การทำการเลี้ยวนั้นช้าลงไปหรือเปล่า
แต่จะไปโทษยางก็คงไม่ได้ซะทีเดียว
อาจจะเพราะระบบกันสะเทือนที่นุ่มไปซึ่งก็เหมาะสมกันดีกับที่วางเท้าที่ต่ำ
ของฮอนด้าที่จะช่วยลดการอาการสบัดของรถที่คุณอาจจะเผลอไปทำให้เกิดขึ้น
แต่หากมาขับบนทางเรียบแล้วละก็คุณจะชอบฮอนด้าตรงที่ขับสบาย นุ่มนวล
ระบบกันสะเทือนที่ทำงานได้ดี
ท่วงท่าการขับขี่ที่เหมาะทั้งคนตัวสูงและตัวเตี้ย
แถมฮอนด้ายังทำดีในเรื่องของกระจกมองหลังที่กว้างและชัด เบาะนั่งสุดยอด
ควบคุมลมปะทะได้ดี พร้อมทั้งตัวถังพลาสติดที่สดใสแวววาว ในทางตรงข้าม Ninja
เหมือนเป็นรถแข่ง ไม่ใช่รถที่จะขับไปไหนมาไหนแบบชิลๆ
แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงความปราดเปรียว
ผลสรุป
หากคุณจะแนะนำรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กที่ผลิตมาอย่างปราณีต
ให้กำลังขับที่แกร่งไปด้วยประสิทธิภาพ ก็คงจะต้องแนะนำฮอนด้า CBR500R
แต่หากจะแนะนำรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตไว้ขับแบบมันส์ๆ แล้วละก็คงต้องแนะนะ
Ninja 300
ก็ลองคิดดูนะครับว่ามอเตอร์ไซค์คันไหนจะเหมาะกับตัวคุณมากที่สุด