วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

2014 Honda Grom 125 แรงฉบับมินิ

เพื่อนๆ ที่หลงใหลในความแรงของบิ๊กไบค์ มาคราวนี้เราก็มีข่าวล่าของการเตรียมเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์แนว Naked ฉบับมินิๆ ที่ต้องบอกว่าจะต้องถูกใจนักบิดชาวไทยอย่างแน่นอน เพราะมันกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงอยู่ ณ ตอนนี้ในเมืองไทย อย่าง ฮอนด้า กรอม 125 ในเวอร์ชั่นของปี 2014 ที่ว่ากันว่าแรงถึงใจเลยทีเดียวแม้จะมีขนาดเล็กก็ตาม
Honda-Grom-125-1
สำหรับ Honda Grom 125 ในเวอร์ชั่นของปี 2014 นี้ต้องบอกเลยว่าเป็นรถแนว naked ฉบับย่อส่วนที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยการพกพาเครื่องยนต์ขนาดกระบอกสูบ 125 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ 2 วาล์วแบบ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีระบบหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 9.3 : 1 เรียกว่าแรงสะใจกันเลยทีเดียว
Honda-Grom-125-2
ส่วนในเรื่องของระบบเกียร์นั้น ฮอนด้า กรอม 125 มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ 4 สปีด ที่ต้องบอกเลยว่าทำงานร่วมกับระบบคลัทช์ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว และมาพร้อมกับระบบเบรกแบบ Single 220mm Disc With Hydraulic Dual-Piston Caliper ที่ล้อหน้าและล้อหลังนั้นเป็นแบบ Single 190mm Disc With Hydraulic Single-Piston Caliper เรียกว่าความปลอดภัยนี่ไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว
Honda-Grom-125-3
ส่วนเฟรมของ Honda Grom 125 นั้นได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถขนาดเล็กกระทัดรัดแบบนี้ รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบ 31mm Inverted Fork; 3.9 Inches Travel ที่ด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบ Single Shock With Steel Box-Section Swingarm พร้อมเบาะนั่งหนังแท้ แบบ 1 ที่นั่ง โคมไฟหน้าเป็นแบบ naked 1 ดวง พร้อมกระจกมองหลังแบบก้านยาวและหน้าปัดแสดงมาตรวัดแบบดิจิตอล
Honda-Grom-125-5
สำหรับ ราคา Honda Grom 125 ในเวอร์ชั่นของปี 2014 นั้น เคาะราคาออกมาแบบน่ารักน่าคบที่ 2,999 ดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นราคาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับรถแนวนี้ งานนี้เพื่อนๆไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ใหม่ Kawasaki KSR 110 ราคา 64,900 ผ่อนได้ ดอกเบี้ย 1.50%

HOT ไม่เลิกจริงๆ Kawasaki KSR 110 มาใหม่กับ KSR 110 รุ่นปี 2013 สตาร์ทมือ ราคากลาง 64,900 บาท Mini Supersport Bike ยอดนิยมอยากแนะนำให้แฟนๆ ได้รู้จัก
NEW Kawasaki KSR 110 (2013) สตาร์ทมือ 3 สีโดนใจทั้ง สีขาว, สีเขียว และสีชมพู แรงส์..110CC โดดเด่น สะดุดตาด้วยลวดลายกราฟฟิก Aggressive Dirt Style เฉียบคมด้วยไฟหน้าเป็นแบบ Multi-reflector และหลอดฮาโลเจน พร้อมเรือนไมล์สไตล์สปอร์ต เช่นเดียวกับไฟท้ายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว
รถมอเตอร์ไซค์รุ่น : KSR 110 (รุ่นปี 2012-2013)
ยี่ห้อ : คาวาซากิ “Kawasaki”
ราคากลาง : 64,900 บาท* “รวม VAT แล้ว / ซื้อเป็นเงินสด หรือผ่อนก็ได้”
แต่ ที่ขายกันจริงๆ ราคาจะประมาณ 64,900 – 69,000 บาท
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ตามโปรโมชั่นของแต่ละ Dealer*
New-Kawasaki-KSR-110-cc-Price-Spec
ตัวแทนจำหน่าย : โชว์รูม Kawasaki ทั่วประเทศ
จำหน่าย : พร้อมจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โปรโมชั่น : ผ่อน Kawasaki KSR 110
สถาบันการเงินที่แนะนำ : Dealer Kawasaki, กรุงศรีออโต้, ราชธานีลิสซิ่ง ฯ
เงินดาวน์ : เริ่มต้น 15%
ดอกเบี้ย : เริ่มต้นที่ 1.50% – 1.59% ต่อเดือน
ระยะเวลาผ่อน : ผ่อน 12, 24, 36 เดือน
ตารางราคา เงินดาวน์ ค่างวด และตารางผ่อน Kawasaki KSR 110 :
*ค่างวดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตามเงื่อนไข ราคา เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย ที่แต่ละ Dealer และสถาบันการเงินกำหนด*
Kawasaki-KSR-110-2013-price-down-payment
สี New Kawasaki KSR 110 : รุ่นปี 2013 (+สตาร์ทมือ) มี 3 สีให้เลือกคือ สีชมพู, สีเขียว และสีขาว ส่วนรุ่น 2012 มีอีก 2 สีให้เลือกเพิ่มคือ สีดำ และสีส้ม
New-Kawasaki-KSR-110-colors-white-pink-green-black-orange
Kawasaki KSR 110 : มินิ ไบค์ สไตล์สปอร์ต สวยงามด้วย ลายกราฟฟิก Aggressive Dirt Style, ไฟหน้าแบบ Multi-reflector และหลอดฮาโลเจน ที่ทำให้รถดูเฉียบคม พร้อมเรือนไมล์สไตล์สปอร์ต เช่นเดียวกับไฟท้ายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเท่ไม่เบา ด้วยล้ออะลูมิเนียมอัลลอย 5 ก้าน และยาง Tubeless หน้ากว้างที่ช่วยให้เกาะถนนมากขึ้น
Kawasaki KSR 110 ตัว เล็ก แต่แรงด้วยเครื่องยนต์ขนาด 111 ซีซี 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ติดตั้งระบบ Kawasaki Clean Air System ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ 6 ระบบสตาร์ทติดตั้งกลไก Easy Kick และรุ่นปี 2013 นั้นสตาร์ทมือได้ง่ายๆ หยุดแบบสั่งได้กับดิสก์เบรกหน้า-หลัง มั่นใจได้ และโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ ให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ทุกสภาพถนน
New-Kawasaki-KSR-110-review
สเปคของ Kawasaki KSR 110
+เครื่องยนต์ : ระบบจ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ PB18 (Keihin) 1 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ
+น้ำมันเชื้อเพลิง : เบนซิน 91, 95 แก๊สโซฮอลล์ 91, 95 หรือ E20 ก็ได้ แต่อย่าผสมกันหละ ถ้าอยากเปลี่ยนประเภทน้ำมัน ต้องจูนคาร์บูใหม่นะจ๊ะ
+ความจุถังน้ำมัน : 7.3 ลิตร
+กระบอกสูบ : 111 ซีซี
+คลัทช์ : คลัทช์อัตโนมัติ
+จุดระเบิด : DC-CDI
+ระบบเกียร์ : 4 เกียร์
+การติดเครื่องยนต์ : สตาร์ทมือ (รุ่นปี 2013) หรือสตาร์ทเท้า แบบเดิมๆก็ได้
+ระบบห้ามล้อหน้า-หลัง : Disc Brake
+โช้คอัพหน้า : โช้คหัวกลับ
+โช้คอัพหลัง : โช้คเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม
+ล้อ : ล้อแม็กซ์ 5 ก้าน
+ยางล้อหน้า : 100/90 –12 49J
+ยางล้อหลัง : 100/90 –12 49J
Kawasaki KSR 110 มาใหม่ล่าสุดรอบนี้ คงถูกใจ แฟนๆ ขาแว๊นซ์ และสก๊อย มีให้เลือก 3 สี ด้วยกัน จัดไปได้เลยกับ Kawasaki KSR 110 เท่มาก จนสาวๆต้องเหลียวมอง ซื้อเงินสดก็ได้ หรือจะเลือกผ่อนก็ได้ กับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โผล่แล้ว 2014 Honda CBR300R สเป็คจริง

ข่าวจากวงในของ Honda หลุดออกมาแล้วถึงสเป็คที่ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการของ 2014 Honda CBR300R โดยข้อมูลนี้หลุดไปสู่เว็บไซค์ rideapart.com เราเลยรีบนำมาเสนอให้ทราบกันอย่างรวดเร็วเลยนะครับข้อมูลที่ทราบมาคือจะเป็น เครื่องใหญ่กว่าเก่าและน้ำหนักจะลดลงอีกด้วย
หากเรามองย้อนกลับไปยังรุ่น Honda CBR250R ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งจะมีแรงม้าอยู่ที่ 26 แรงม้า และแรงบิด 17 ปอนด์ฟุต จากเครื่องยนต์สูบเดี่ยสขนาด 249cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมมากับน้ำหนักรวม 357 ปอนด์
ข่าวจากวงในที่เชื่อถือได้ เปิดเผยว่า CBR300R จะมีแรงม้าเพิ่มขึ้น 5 แรงม้าและน้ำหนักลดลงไป 15 ปอนด์ เครื่องยนต์จะยังเป็นแบบสูบเดียวเหมือนเดิม ภาพรวมจึงมีแรงม้าทั้งหมด 31 แรงม้า และน้ำหนักรวมจะอยู่ที่ 342 ปอนด์
รถมอเตอร์ไซค์ CBR300R ได้ถูกเปิดตัวเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วที่งานแสดงมอไซค์ประเทศจีน แต่ไม่มีสเป็คที่ละเอียดมากนัก เราคาดว่าจะได้ข้อมูลใหม่ๆเพิ่มเติมในอีกเร็วๆนี้
2014-Honda-CBR300R-1

ข่าวเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ CBR300R ที่จีน

การเพิ่มแรงม้านั้นก็คงจะเป็นการตอบโจทย์ที่ Ninja 250 กลายเป็น Ninja 300 และมอไซค์ Kawasaki Ninja 300 จะมาด้วย 30 แรงม้าและแรงบิด 20 ปอนด์ฟุตจากเครื่องสองสูบแบบ parallel twin น้ำหนัก 379 ปอนด์ซึ่งคงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เร็วกว่าเดิม แต่ราคาก็แพงกว่าเดิม
เราก็คงต้องรอดูกันนะครับว่า CBR300R จะออกมาวางตลาดด้วยราคามากกว่า CBR250 อยู่เท่าไหร่
Honda-CBR300R-3

จับ Honda CBR500R มาชนกับ NINJA 300 ใครจะแน่กว่ากัน!!

เมื่อจับ Honda CBR500R มาเทียบกับ NINJA 300 ผลจะเป็นอย่างไร
2013-honda-CBR500R-vs-2013-kawasaki-ninja-300
ในฐานะที่เป็นแฟนรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไป ทางเราก็ได้ตั้งหน้าตั้งตารอการเปิดตัวของมอเตอร์ไซค์ของ ฮอนด้า CBR500R และ CB500F อย่างใจจดใจจ่อเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้พบเจอกับตัวเป็นๆของฮอนด้าทำให้เรานั้นแทบจะน้ำลายสอไปกับมอเตอร์ ไซค์คันน้อยคันนี้เพราะการผสมผสานระหว่างความเป็นรถสปอร์ทและมีความเหนือ กว่ามอเตอร์ไซค์รุ่นน้องอย่าง CBR250R และกับ Kawasaki Ninja 300 แต่ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่ารถมอเตอร์ไซค์ราคาแพงอย่าง รถ 600cc supersport และรถสูบคู่ 650cc อย่าง Kawasaki และ Suzuki มองจากระยะไกลแล้วมอเตอร์ไซค์ในรุ่น CB500 นี้ดูเหมือนจะมีจุดยืนที่เหมาะสมในเรื่องของ ขนาด น้ำหนัก ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์​ และแน่นอนเรื่องราคาด้วย โดยมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าในกลุ่ม 500 ราคาสูงสุดก็เป็นรุ่น ABS อย่าง CBR500R และรุ่นถูกสุดก็เป็นแบบเนคเกตคือ CB500F
ส่วนเหตุผลหลักที่เราหลงไหลไปกับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าคันเล็กเหล่านี้ (เมื่อเทียบกับรถ Superbike) ก็คงเป็นเพราะการสรรสร้างที่เหมือนจะออกมาอย่างปราณีต และปฏิเสธได้ยากว่ารูปทรงที่ออกมานั้นหล่อเหลือหลาย แม้อาจจะไม่ถึงขั้นจะพูดว่าตะลึงซะทีเดียว ที่ผ่านมาเราเจอมาเยอะแล้วกับมอเตอร์ไซค์ถูกๆที่ขับแล้วดูโหลๆ ระบบกันสะเทือนที่ก้องแก้ง เบรกก็เหมือนของยกโหล กำลังรถที่เหมือนคนไร้ลมหายใจ ชิ้นส่วนตกแต่งก็ประกอบไม่สนิทกระพือลมเสียงดัง เราเจอมาเยอะแล้วรถมอเตอร์ไซค์แบบนั้นอายุของพวกเราคงจะถือเป็นข้อพิสูจน์ ได้ แต่เมื่อเรามาเจอมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า CBR250R ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์และรูปลักษณ์ที่เหนือกว่ามาตรฐาน ความหวังของเราก็กลับมาอีกครั้ง และแน่นอนว่า CBR500R ก็จะทำให้ความหวังของเรายังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

เปรียบเทียบตัวรถ

ความยากลำบากในการเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์รุ่น 500 นี้อยู่ตรงที่จะหาตัวที่เหมาะสมยาก เราเลยตัดสินใจเลือกเจ้า Kawasaki Ninja 300 ใหม่เนื่องจากเป็นรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงที่สุดแล้ว ซึ่งแม้มันจะต่างประมาณ $1000 (ราว 30,000) สำหรับรุ่นที่มี ABS ทั้งคู่ เราก็คิดว่าในแง่ของสมรรถนะรถแล้วคงไม่ต่างกันมาก เพราะเมื่อเรามองมอเตอร์ไซค์รุ่นถัดไปราคาจะกระโดดไปมากเป็น $1800 และไม่มี ABS ให้เปรียบเทียบ และหลังจากนั้นราคาก็กระโดดไปเลย และสุดท้ายเรารู้ว่า Kawasaki ออก Ninja 300 เมื่อราคาใกล้เคียงกันก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
เผื่อว่าคุณอาจจะไม่ทราบมาก่อน ก็ขอบอกว่า Kawasaki ออกรุ่น Ninja 300 ในปีนี้ทำให้มอเตอร์ไซค์คันนี้นั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น 47cc และช่วงชักที่เพิ่มขึ้น 7.8 มม ทำให้มอเตอร์ไซค์สูบคู่ของคาวาซากิคันนี้ให้กำลังช่วงกลางที่ดีขึ้นพร้อมกับ ความเร็วปลายที่น่าปลาบปลื้มยิ่งขึ้น ขณะที่ทางทีม Kawasaki พยายามหาทางยัดทุกอย่างเข้าไปในเฟรมของเจ้า 300 นี้ มันก็ยังทำให้เราประทับใจไปกับความเหมาะเจาะและความเป็นมิตรในตัวมันเอง เราอาจจะบ่นเล็กน้อยในเรื่องพละกำลังเมื่อเทียบกับเครื่อง 500cc ของฮอนด้ารวมทั้งเรื่องระบบกันสะเทือน แต่เจ้า Ninja 300 ก็สร้างรอยยิ้มให้กับเราได้นั่นว่าทำไมเราถึงเลือกขับคันนี้
ขณะที่ทาง Kawasaki เลือกที่จะเพิ่มขุมกำลังให้กับมอไซค์ที่ถือว่าเป็นสปอร์ทสุดซ่าห์อยู่แล้ว ทางฮอนด้ากลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ต่างกว่า โดยมอเตอร์ไซค์ตระกูล CB500 นั้นถือเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีเสปคเดียวกันทั่วโลก เดี๋ยวค่อยอธิบายทีหลังว่าทำไมตรงนี้สำคัญนะครับ สำหรับ CBR500R แล้วถือว่ามีความเป็นสปอร์ทที่สุดแล้วในบรรดาพี่น้องสามใบเถา ส่วน CB500F นั้นในแง่เครื่องเคราแล้วเหมือนเดิมเพียงแต่ออกมาในแนว Naked โดยเหลือส่วนที่เป็นแฟริ่งแค่ประมาณ 1 ใน 4 เท่านั้น สำหรับรุ่น CB500X ที่ถอดแบบมาจาก NC700X นั้นคาดว่าจะวางตลาดในช่วงปลายปี 2013 นี้
เนื่องจากเราต้องการเทียบเจ้าสูบคู่ของ Honda กับ Ninja 300 เราเลยเลือกรุ่น CBR00R มาเทียบ และเพราะเรามีมอไซค์นินจาที่มีเบรก ABS อยู่แล้วด้วย เราเลยต้องเลือกรุ่นที่มี ABS มาเทียบกันตรงๆ เป้าหมายของฮอนด้าคือการสร้างตลาดขนาด 500cc และต้องการเป็นเจ้าตลาดสำหรับมอเตอร์ไซค์ขนาดนี้ เพื่อให้เป็นรถสำหรับผู้เริ่มต้น ดังนั้นรถจะต้องขับง่ายและขับสนุกตามเอกสารประชาสัมพันธ์ของฮอนด้าในยุโรป ได้กล่าวเอาไว้
ในขณะที่เครื่องยนต์ของรุ่น CBR นั้นเป็นเครื่องใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะล้ำหน้าซะทีเดียว และด้วยความยาวกระบอกสูบและช่วงชักที่แทบจะเท่ากันนั่นหมายถึงให้แรงบิดสูง และรอบเครื่องการทำงานต่ำ ขนาดลูกสูบของรุ่น 500 นี้ก็จะเหมือนกัลรุ่น CBR600RR แต่ส่วนอื่นจะต่างกันคือ เครื่องรุ่น 500 จะมีค่าความเร็วรอบสูงสุด (Redline) ที่ 8500 รอบต่อนาที อาจจะไม่ต่ำเท่า NC700 ที่ต่ำเพียง 6500 แต่ยังไงก็ตำกว่าตัวเลข 13000 ของ Ninja 300 อยู่มาก เครื่องยนต์รอบต่ำนั้นดีตรงการลดแรงเสียดทานภายในซึ่งเป็นส่ิงที่ทาง Honda ได้พยายามหาวิธีอื่นในการที่จะให้ได้ข้อดีดังกล่าว โดยมี rocker arm ที่แขนงออก จะมีกลีบลูกเบี้ยวแต่ละอันสำหรับแต่ละคู่ของวาล์ว โดยจะมีชิ้นส่วนการหมุนที่ลดแรงเสียดทาน และลูกสูบก็จะมีการกระทำในลักษณะเดียวกันในการลดแรงเสียดทาน
ผลที่ได้คือจุดเด่นตรงเครื่องยนต์ที่ลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน พร้อมคุณสมบัติที่ถนอมกำลัง อีกเป้าของการออกแบบคือการจำกัดเครื่องยนต์ให้ได้ขนาด 35 กิโลวัตต์หรือ 47 แรงม้า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขนาดของรถในบางประเทศ และหากเป้าหมายเครื่องยนต์อยู่ที่ 47 แรงม้าจากเครื่องขนาด 471c แล้วละก็ไม่ต้องการรอบสูงหรือเทคโนโลยีชั้นสูงแต่อย่างใด ความท้าทายจะอยู่ที่การทำให้เครื่องยนต์นั้นลื่นไหลนิ่มนวล เงียบ มีประสิทธิภาพและสอดคล้องข้อจำกับเรื่องกำลัง
การกำหนดขนาดกำลังเป็นเพียงเรื่องนึงเท่านั้น ตระกูล CB ใหม่นี้จะต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบเต็มรูปแบบหรือ full size ด้วย สาวกของ Ninja 250R และ 300 ที่พบว่ารถของพวกเขาเล็กไปน่าจะพอใจหากมาเจอกับฮอนด้า ความจริงก็มีสัดส่วนใกล้เคียงกับ Kawasaki แต่ความรู้สึกเหมือนจะใหญ่กว่าอยู่ 15% ที่เราพูดว่ารู้สึกเพราะความจริงก็ไม่ได้ใหญ่กว่ามาก ด้วยระยะระหว่างล้อขนาด 55.5 น้ิวนั้นก็แค่น้อยกว่าอยู่เพียง 1/4 นิ้วเท่านั้น ความสูงเบาะก็เท่ากัน และท่วงท่าในการขับขี่ที่วัดได้จากเบาะถึงแฮนต์เหมือนจะสั้นกว่าสำหรับ ฮอนด้า โดยของ Kawasaki จะยกแฮนด์สูงขึ้นเล็กน้อย
มีสองปัจจัยที่จะเสริมความรู้สึก อย่างแรกคือ Honda CBR นั้นจะให้พื้นที่ในการขับขี่มากกว่าคาวาซากิอยู่ 1.3 นิ้ว แต่ความรู้สึกเหมือนจะมากกว่า ข้อที่สองคือเรื่องน้ำหนักรถ โดยเมื่อเติมน้ำมันเต็มถึง มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าจะหนักอยู่ที่ 430 ปอนด์ หนักกว่า Ducati Panigale S อยู่ 2 ปอนด์ ส่วน Ninja ก็อยู่ที่ 386 ปอนด์ ผลที่ได้คือ ฮอนด้าให้ความรู้สึกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่ง่ายแม้คนขับจะน้ำหนักเบา หรือตัวเตี้ย แต่ Kawasaki นั้นจะเบาและปราดเปรียวกว่า

ทดลองขับ

หลังจากเราได้ลองขับโดยเริ่มต้นสตาร์ทเครื่อง เสียงสูบคู่จาก Kawasaki จะกระหิึ่มขึ้นเหมือนกับหัวใจที่เต้นอย่างแรงพร้อมที่จะทะยานไปกับกับคุณ เสมือนเป็นลูกสมุนที่พร้อมทำตามคำสั่งเจ้านาย แต่สำหรับฮอนด้าแล้วจะให้รู้สึกที่ผ่อนคลายกว่า พร้อมเสียงวี้เบาๆ ก่อนที่สูบคู่จะฮัมขึ้นมาอย่างนิ่มๆ เมื่อคุณบิดคันเร่ง ตอนนี้ก็จะเห็นเข็มกระดิกบนหน้าจอ LCD ที่ดูชัดเจนกว่าจอสี่เหลื่ยมเล็กของ NC700X เป็นไหนๆ แต่ก็ยังละเอียดสู้หน้าปัทว์แบบเข็มของ Ninja ไม่ได้
เมื่อเริ่มขับออกไป มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้ายัง ให้ความรู้สึกว่าใหญ่กว่าและดูมีความบึกบึนมากว่า ให้แรงบิดที่รอบต่ำที่ดีกว่าคาวาซากิ พร้อมกับคลัชที่เบาและลื่นไหลกว่ามาก นักบิดหน้าใหม่แล้วอาจจะชอบสำหรับการขับขี่ในเมือง เพราะจ้า CBR500 นี้จะให้แรงบิดมากที่จะไล่กวดสี่ล้อได้ทันโดยไม่ต้องใช้ความเร็วรอบที่สูง เกินไป และยังนิ่มนวลอย่างน่าทึ่งหลังจากบิดไปได้ 4000 รอบต่อนาที่ ซึ่งการสั่นของรถแทบจะหายไปเลย และเมื่อบิดไปจนถึง redline ก็จะให้ความรู้สึกที่เร้าใจขึ้น
ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง เราก็พบว่าเจ้าเครื่องนินจานั้นเป็นเครื่องยนต์ที่น่าหลงไหลในอีกรูปแบบ หนึ่ง เจ้านินจา 300 นั้นให้อัตราเร่งที่น่าพอใจทีเดียวในช่วงความเร็วรอบระหว่าง 6000 ถึง 12,000 รอบต่อนาที เมื่อลดเกียร์ลงรอบสูงขึ้น มาพร้อมกับแรงบิดที่ยินดีจะลุยในทุกสถานการณ์
หากเจอสภาพแวดล้อมที่เหมาะเจาะแล้วละก็ Ninja จะพาคุณพบกับความระทึกที่ไม่มีวันจบสิ้น แม้ว่ามอเตอร์ไซค์ทั้งสองจะมีอุปกรณ์เสริมที่ไม่ค่อยจะไฮเทคนัก สิ่งที่คุณจะต้องปรับแต่งก็คงเป็นค่า preload ของโชคหลัง ต่อให้เหยียบเบรกแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ทุกอย่างก็จะทำงานได้สมดั่งปรารถนา แชซซีของฮอนด้านั้นเหมือนจะเหมาะสำหรับการขับแบบนิ่มนวล เลี้ยวไปเลี้ยวมาได้ง่าย จนเมื่อมาขับ Ninja จึงจะพบว่าเหมือนจะเหมาะมือกว่า เอียงตัวรถได้เร็วกว่าด้วยหน้ายางที่แคบกว่า ชอบที่จะอยู่ในภาวะการขับฉวัดเฉวียนมากกว่าที่จะขับแบบนิ่งๆ ซึ่งไม่รู้เพราะเหตุผลกลใดที่ฮอนด้าเลือกยากแบบล้อหน้า 120/70ZR-17 ล้อหลัง 160/60ZR-17 เลยน่าสงสัยว่าจะเป็นตัวทำให้การทำการเลี้ยวนั้นช้าลงไปหรือเปล่า
แต่จะไปโทษยางก็คงไม่ได้ซะทีเดียว อาจจะเพราะระบบกันสะเทือนที่นุ่มไปซึ่งก็เหมาะสมกันดีกับที่วางเท้าที่ต่ำ ของฮอนด้าที่จะช่วยลดการอาการสบัดของรถที่คุณอาจจะเผลอไปทำให้เกิดขึ้น
แต่หากมาขับบนทางเรียบแล้วละก็คุณจะชอบฮอนด้าตรงที่ขับสบาย นุ่มนวล ระบบกันสะเทือนที่ทำงานได้ดี ท่วงท่าการขับขี่ที่เหมาะทั้งคนตัวสูงและตัวเตี้ย แถมฮอนด้ายังทำดีในเรื่องของกระจกมองหลังที่กว้างและชัด เบาะนั่งสุดยอด ควบคุมลมปะทะได้ดี พร้อมทั้งตัวถังพลาสติดที่สดใสแวววาว ในทางตรงข้าม Ninja เหมือนเป็นรถแข่ง ไม่ใช่รถที่จะขับไปไหนมาไหนแบบชิลๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงความปราดเปรียว

ผลสรุป

หากคุณจะแนะนำรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กที่ผลิตมาอย่างปราณีต ให้กำลังขับที่แกร่งไปด้วยประสิทธิภาพ ก็คงจะต้องแนะนำฮอนด้า CBR500R แต่หากจะแนะนำรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตไว้ขับแบบมันส์ๆ แล้วละก็คงต้องแนะนะ Ninja 300
ก็ลองคิดดูนะครับว่ามอเตอร์ไซค์คันไหนจะเหมาะกับตัวคุณมากที่สุด
เมื่อตอนที่ Honda เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่น Grom (MSX ในบ้านเรา) ได้สร้างกระแสความสนใจในมอเตอร์ไซค์แนว monkey bike หรือมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กขึ้นมาอย่างล้นหลาม มอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเล็กแต่แฝงไปด้วยความมันส์ในการขับขี่ พร้อมแรงม้าที่เป็นตัวเลขเพียงหลักเดียว ทาง Suzuki เองก็ขอเล่นกะเขาบ้าง ด้วยการประกาศตัวมอเตอร์ไซค์ต้นแบบไฟฟ้าที่ให้ชื่อว่า Extrigger กะเขาด้วย
แต่คงไม่มีใครลืมผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์อีกนะครับ นั่นคือ Kawasaki ที่ผลิตมอไซค์ขนาดเล็กออกมาในตลาดเอเชียมานานแล้ว มอเตอร์ไซค์ Kawasaki KSR110 ได้วางขายในไทยและฟิลิปปินส์มาระยะนึงแล้ว แต่สำหรับปี 2014 นี้มอเตอร์ไซค์คันนี้จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมและออกมาในชื่อว่า KSR Pro
2014-kawasaki-ksr-pro
นอกจาก ลายกราฟฟิคใหม่อันสวยโดดเด่นแล้ว มอเตอร์ไซค์ 2014 KSR Pro นั้นก็ไม่ได้มีโฉมภายนอกต่างจาก KSR110 มากนัก เครื่องยนต์ก็ยังเป็นขนาด 111cc สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศเหมือนเดิม ซึ่งทาง Kawasaki กล่าวว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ให้แรงบิดช่วงต้นสูง และการตอบสนองของคันเร่งที่ดี อย่างไรก็ตาม KSR Pro นั้นเปลี่ยนคลัชจากระบบอัตโนมัติเป็นคลัชแบบแมนน่วล เพิ่ิอให้สอดคล้องกับเกียร์ 4 สปีด และที่มาใหม่คือ petal disc break และระบบสตาร์ทรถด้วยไฟฟ้า (สตาร์ทเท้ายังมีอยู่สำหรับรุ่นที่ไม่ใช้แบตเตอร์รี่ในการสตาร์ท)
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว KSR Pro ยังคงมีล้ออลูมิเนียมหล่อขนาด 12 นิ้ว เฟรมขนาดกระทัดรัด เบาะนั่งที่สูงเพียง 29.5 นิ้ว น้ำหนัก 209 ปอนด์และสไตล์แนว supermoto กันสะเทือนหน้ายังเป็นแบบหัวกลับขนาด 30 มม ระยะยุบตัว 130 มม ขณะที่กันสะเทือนหลังจะมีระยะยุบตัว 125 มม
2014-kawasaki-ksr-pro-02
ณ เวลานี้ทาง Kawasaki ยังไม่ได้ประกาศออกมาว่าจะวางขาย KSR Pro ที่ตลาดใดบ้าง แต่แน่นอนว่าไทยกับฟิลิปปินส์ได้ขับกันแน่ๆ คนอเมริกันเองก็อยากเห็น KSR Pro มาวิ่งบนท้องถนนเช่นกัน
2014-kawasaki-ksr-pro-01

2013 Honda VT1300CXA Fury



Honda-VT1300CXA-Fury-2
เพื่อนๆที่ชื่นชอบความแรงของรถแนวบิ๊กไบค์ โดยเฉพาะรถแนวครุซเซอร์นั้น มาคราวนี้เราก็มีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ อย่าง ฮอนด้า วีที1300ซีเอ็กซ์เอ ฟลูรี่ ในเวอร์ชั่นของปี 2013 ที่ต้องเรียกว่าทั้งแรงทั้งมาในรูปลักษณ์สุดเท่ห์อีกด้วย
Honda-VT1300CXA-Fury-1
สำหรับ Honda VT1300CXA Fury ในเวอร์ชั่นปี 2013 นั้นต้องเรียกว่าเป็นการดีไซน์รถแนวครุซเซอร์จากฝั่งญี่ปุ่นที่ออกแบบได้ อย่างน่าสนใจทีเดียว เพราะมีการออกแบบที่ล้ำสมัยโดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ถึง 1,312 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์แบบ 52 Degrees V-Twin 3 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ระบายความร้อนด้วยของเหลว โดยมีอัตราการอัดอยู่ที่ 9.2:1 เรียกว่าจัดหนักเหมือนกันสำหรับรถเล็กๆ แบบนี้
Honda-VT1300CXA-Fury-4
โดย ฮอนด้า วีที1300ซีเอ็กซ์เอ ฟลูรี่ ยังมาพร้อมกับระบบเกียร์แบบ 5 สปีดที่ทำงานร่วมกับระบบคลัชท์ได้อย่างลงตัวและเต็มประสิทธิภาพเลยทีเดียว พร้อมกับระบบเบรคแบบ Single 336 Mm Disc With Twin-Piston Caliper ที่ล้อหน้า และแบบ Single 296 Mm Disc With Single-Piston Caliper ที่ล้อหลัง เรียกว่าหายห่วงทางด้านความปลอดภัย
Honda-VT1300CXA-Fury-3
ส่วนเฟรมของ Honda VT1300CXA Fury นั้นได้รับการออกแบบมาสำหรับรถแนวนี้โดยเฉพาะ และมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบ 45mm Fork ที่ด้านหน้า และแบบ Single Shock With Adjustable Rebound-Damping And Five-Position Spring-Preload Adjustability ที่ด้านหลัง ส่วนเบาะนั่งนั้นเป็นแบบหนังสีดำ จำนวน 2 ที่นั่งแบบแยกชิ้น พร้อมโคมไฟหน้าดวงใหญ่แบบชุบโครเมี่ยมสวยงาม พร้อมระบบหน้าปัดแบบอนาล็อค โดยมีท่อไอเสียอยู่ทางขวาของตัวถัง
Honda-VT1300CXA-Fury-5
สำหรับ ราคา Honda VT1300CXA Fury ในเวอร์ชั่นของปี 2013 นั้น เคาะออกมาที่เรทราคา 13,999 ดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งต้องเรียกว่าเป้นราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว